UFABETWIN คนที่โลกจับตามอง : กรณีศึกษา “แมคไกวร์ เมื่อทุกวินาทีคือ “คอนเทนท์”

ไม่ว่า แฮร์รี่ แมคไกวร์ จะทำอะไรในตอนนี้ ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตไปเสียหมด ปราการหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างความผิดพลาดให้สื่อได้จับตามองในทุกสุดสัปดาห์ และทำให้แม้แต่แฟน ๆ ของปีศาจแดงก็ยังเหลืออดกับผลงานของเขา

และล่าสุดกับทีมชาติอังกฤษ จากนักเตะที่ถูกมองว่าเล่นได้ดีที่สุดในชุดรองแชมป์ยูโร 2020 ตอนนี้แม้แต่แฟนบอลของ “ทรีไลออนส์” ก็ยังรุมโห่ใส่ แมคไกวร์ ทุกจังหวะที่เขาได้จับบอลในเกมที่ อังกฤษ พบกับ ไอวอรี่โคสต์ ในช่วงฟีฟ่า เดย์ ที่ผ่านมา

เรื่องราวเหล่านี้อาจจะตลกสำหรับบางคน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกฝ่ายเริ่มมองว่า “การล้อเลียน” ชักเลยเถิดขึ้นไปทุกที นักเตะทีมชาติอังกฤษและสโมสรต่าง ๆ เริ่มโพสต์ข้อความแสดงจุดยืนเคียงข้างแมคไกวร์ราวกับเป็นวาระแห่งชาติ…

คนอื่นก็มี ทำไมต้องเป็นแมคไกวร์ ?

โลกนี้มีนักเตะที่ถูกมองว่าเป็นจอมเฟอะฟะหละหลวม และถูกจับตามองในฐานะตัวตลกมามากมาย ก่อนจะถึง แฮร์รี่ แมคไกวร์ หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อของ ไตตัส บรัมเบิล, ฌอง อแล็ง บูมซง, ปาสกาล ซีก็อง, ริชาร์ด ดันน์, เจมี่ คาร์ราเกอร์ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่นักเตะขวัญใจแฟนบอลฝั่งตรงข้าม

สิ่งที่เราสังเกตเห็นได้คือ นักเตะทุกคนที่กล่าวมาล้วนเป็นกองหลังหรือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทั้งสิ้น เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่านี่คือตำแหน่งสุดท้ายของทีมที่จะต้องวัดกับตัวรุกของคู่แข่ง ถ้ากองหน้าของอีกฝั่งผ่านพวกเขาไปได้ นั่นหมายความว่าโอกาสเสียประตูของทีมก็จะสูงลิบในทันที

เมื่อเรามองจากตำแหน่งของพวกเขาเหล่านี้และต้องดวลกับกองหน้าในวงการฟุตบอลอังกฤษที่มีความเร็วและความแข็งแรงเป็นจุดเด่น มันก็คงไม่แปลกนักที่พวกเขาจะมีโอกาสพลาดและถูกจดจำจากจังหวะแบบนั้น เพียงแต่ว่าจังหวะของ แมคไกวร์ ถ้าใช้คำให้ทันสมัยเราคงสามารถใช้คำว่า “จังหวะนรก” ได้อย่างเต็มปาก

ง่ายที่สุดคือผลงานของเขากับต้นสังกัดอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดให้เห็นในทุกสัปดาห์จริง ๆ และบางครั้งความผิดพลาดก็ชัดจนต่อให้ไม่ต้องโฟกัสก็ทำให้ถูกพูดถึงในหน้าสื่อได้โดยง่าย

จากการยืนยันของเว็บไซต์หลักของพรีเมียร์ลีกนักเตะที่ “มีการผิดพลาดและนำไปสู่การเสียประตู” ปรากฏว่ายังมีคนผิดพลาดที่มากกว่า แมคไกวร์ อีก 3 คน โดย 2 ใน 3 คือแคนดิเดตกองหลังทีมชาติอังกฤษชุดปัจจุบันอย่าง ไมเคิล คีน (เอฟเวอร์ตัน) และ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เบิร์นลี่ย์) ที่ผิดพลาดไปคนละ 2 ครั้ง (อีกคนคือ เชมุส โคลแมน) แม้กระทั่ง ดาบิด เด เคอา นายทวารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังติดอยู่ในลำดับ 4 ร่วม เท่ากับ แมคไกวร์ ด้วยซ้ำ … แต่จากกระแสที่เกิดขึ้นหลังความผิดพลาด แมคไกวร์ คือคนที่ถูกพูดถึงมากกว่าใคร

ทุกอย่างมีเหตุผลแน่นอน จังหวะนรกของ แมคไกวร์ เกิดขึ้นจากสถานะของเขา ณ ปัจจุบันด้วย เขาเป็นปราการหลังตัวหลักของทีมชาติอังกฤษมาตั้งแต่ช่วงก่อนฟุตบอลโลก 2018 เป็นกัปตันทีมของสโมสรใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่มีคนจ้องแช่งชักหักกระดูกมากที่สุดทีมหนึ่งในประเทศ ดังนั้นความผิดพลาดที่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอเมื่อ แมคไกวร์ เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับจังหวะนั้น ๆ

 

UFABETWIN

 

ยิ่งเขามาเป็นกัปตันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่ผลงานทีมโดยรวมย่ำแย่มายาวนานเกือบ 1 ทศวรรษ ในช่วงเวลาที่โซเชียลมีเดียบูมถึงขีดสุด ทุกคนมีสื่ออยู่ในมือ ดังนั้นมันยิ่งเป็นเรื่องง่ายมากที่ใครสักคนจะเริ่มวิจารณ์เขาเป็นวงกว้างจนกลายเป็นกระแสได้ง่าย ๆ และแน่นอนด้วยความเป็นอิงลิชชน ประเทศที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของวงการสื่อ เรื่องต่าง ๆ ของ แมคไกวร์ ที่เป็นกระแส ก็ถูกสื่ออังกฤษหยิบมาขยี้อย่างแพร่หลาย เพราะพวกสื่อต่างรู้ดีว่า “เล่นไปก่อน ยังไงก็ขายได้”

เรื่องนี้ ลูก้า โมดริช อดีตนักเตะที่เคยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก ยังเคยออกมาพูดถึงเรื่องสื่ออังกฤษว่าเป็นพวกที่ชื่นชอบความดราม่าและการสร้างกระแสเก่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ สื่ออังกฤษชอบใช้นักฟุตบอลเป็นเครื่องมือระดับที่สามารถสร้างนักเตะคนหนึ่งให้เป็นคนที่มีชื่อเสียงได้ และสามารถฆ่านักเตะที่พวกเขาสร้างขึ้นมาได้ด้วยการนำเสนอข่าวของพวกเขาเช่นกัน

“หลายคนบอกว่านักเตะอังกฤษหยิ่งยโสแต่ผมว่าไม่ใช่ มันไม่เกี่ยวกับผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอะไรเลย แต่คนรอบข้างต่างหากที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น นักข่าวและนักวิจารณ์ชาวอังกฤษบางคนคือตัวแปรสำคัญ” นี่คือสิ่งที่ โมดริช กล่าวก่อนเกม ยูโร 2020 ซึ่ง โครเอเชีย โคจรมาพบกับ อังกฤษ อีกครั้ง หลังทีมตราหมากรุกพิชิตสิงโตคำรามในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 ในตอนที่สื่ออังกฤษโหมกระพือความมั่นใจจนถึงขั้นโม้สะบั้นหั่นแหลกเป็นการข่มขวัญว่า

และตอนนี้ แมคไกวร์ เองก็กำลังโดนสื่ออังกฤษปฏิบัติเช่นนั้นติดต่อกันมาเป็นปีแล้ว ผลงานแย่ก็ใช่ … แต่จมดินยิ่งกว่าเดิมได้ด้วยสื่อสื่ออังกฤษขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการอวยยศทำให้นักเตะของพวกเขาดูเก่งกาจมากกว่าความเป็นจริง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาช้านานโดยเฉพาะในเวลาที่มีโปรแกรมทีมชาติในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ๆ

สำนักข่าวแห่งชาติอังกฤษอย่าง BBC คือสถานีวิทยุและโทรทัศน์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1922 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์อย่าง ก็มีอายุยาวนานเกินกว่า 100 ปีทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอแบบทางเดียวในสมัยก่อนที่ยังไม่มีการเชื่อมต่อกันไปทั่วทั้งโลกเหมือนทุกวันนี้ ไม่แปลกเลยที่ชาวอังกฤษจะมีทัศนคติเอนเอียงไปยังสิ่งที่สื่อของพวกเขานำเสนอออกมาโดยไม่ตั้งคำถาม

ความเก่าแก่และการนำเสนอข่าวของสื่อส่งอิทธิพลต่อคนอังกฤษเป็นอย่างมาก พวกเขาส่งต่อเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือหรือการนำเสนอผ่านวิทยุและโทรทัศน์ โดยเฉพาะเรื่องราวของฟุตบอลที่อยู่คู่กับคนอังกฤษมาช้านาน เมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลกับประเทศต่าง ๆ สื่ออังกฤษจึงเลือกนำเสนอแต่ความแข็งแกร่งของประเทศตัวเองและดิสเครดิตทีมคู่แข่ง เพื่อชี้นำไปยังปลายทางว่า “อังกฤษจะเป็นผู้ชนะ” เรื่องแบบนี้แม้กระทั่งในปัจจุบันก็เป็นอยู่ ต่อให้คุณไม่ใช่คนอังกฤษก็ยังสัมผัสได้ถึงความมั่นใจเกินเหตุที่สื่ออังกฤษยัดเยียดให้ทีมของพวกเขา

กรณีของ แมคไกวร์ หากเราลองย้อนความไปตอนที่เขาเล่นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ หรือช่วงที่เขาพาทีมชาติอังกฤษไปถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลก 2018 ณ เวลานั้นสื่ออังกฤษก็ชื่นชม แมคไกวร์ ชนิดเป็นคนละคนกับในตอนนี้ เพราะในฟุตบอลโลกครั้งนั้น แมคไกวร์ เล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถดักเก็บกินได้หมด ขณะที่เกมรุกก็ยิงได้ถึง 3 ลูก เรียกได้ว่าทำเกินหน้าที่จนคนทั้งประเทศแห่ชื่นชมไม่เว้นแต่ละวัน

ซึ่งตอนนั้น แมคไกวร์ ก็เก่งจริง หากยังจำความกันได้ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ตัวเขาไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นอีกทีมที่สนใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก แต่สุดท้าย เรือใบสีฟ้า ก็ไม่สู้ค่าตัว เรื่องนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังเคยเปิดเผยหลังเหตุการณ์นั้นว่า “นี่คือนักเตะท็อปคลาส เราสนใจเขา แต่เราไม่สามารถสู้ราคาได้”

ตัดภาพกลับมาที่เวลานี้หลังจากที่ แมคไกวร์ ย้ายมา ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ อะไรหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนไป ประการแรกที่ทุกคนเข้าใจได้ตรงกันคือ แมคไกวร์ มีความผิดพลาดที่เห็นชัดจริง ๆ เมื่อมีความผิดพลาดและเป็นนักเตะอาชีพ ไม่แปลกที่เขาจะเริ่มโดนวิจารณ์จากสื่อและแฟนบอล ทว่ากรณีของ แมคไกวร์ มันกลายเป็นการล้อกันแบบไม่จบไม่สิ้น อย่างที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าทุกวินาทีของเขา “คือคอนเทนต์” จะพลาดน้อยพลาดมากอะไรก็ช่าง ทุกอย่างเป็นข่าวที่ขายได้เสมอ และสื่ออังกฤษก็ชอบข่าวแบบนี้มากพอ ๆ กับแฟนบอลที่มีโซเชียลอยู่ในมือ

สิ่งที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียร์ แมคไกวร์ รับรู้แน่นอน เขาเป็นนักเตะที่ใช้โซเชียลอยู่บ่อยครั้ง และเรื่องนี้มีงานวิจัยว่ามันส่งผลต่อความรู้สึกและสมาธิของนักกีฬาที่ใช้สื่อชนิดนี้แน่นอน

คิม เอนเซล, คริสโตเฟอร์ เมซาโน่ และ เฮเลน บราวน์ จากมหาวิทยาลัยเดกิน ประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการศึกษานักกีฬาและพวกเขาพบว่า เมื่อปี 2016 การใช้โซเชียลมีเดียก่อนหรือระหว่างการแข่งขันอาจส่งผลให้การเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจทำได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีป็อปอัปข้อความหรือ เด้งขึ้นมาในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันต่อความวิตกกังวล และอาจจะทำให้พวกเขาสลัดออกจากโซเชียลมีเดียไม่ได้ เพราะเรื่องราวเหล่านั้นเข้าไปรบกวนในสมองและวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา

ในเคสของ แมคไกวร์ เขาตอบโต้การโดนวิจารณ์จากสื่อและโลกโซเชียลมาแล้ว 1 ครั้ง ในเกมที่ อังกฤษ ชนะ แอลแบเนีย 5-0 ในเกมนั้นเขาโหม่งประตูได้และทำท่าอุดหู แม้ท่าดีใจดังกล่าวจะเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการไม่สนคำวิจารณ์ แต่ก็นั่นแหละถ้าเขาไม่สนคำวิจารณ์ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องแสดงท่าดีใจแบบนั้นเลย (แม้ แมคไกวร์ จะบอกว่าเขาแค่คิดจะทำท่านี้ขึ้นมาเฉย ๆ ไม่มีเหตุผลเบื้องหลังก็ตาม)

หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นสื่ออังกฤษเหมือนฉลามที่ได้กลิ่นคาวเลือด การนำเสนอแง่ลบเกี่ยวกับ แมคไกวร์ กลายเป็นเรื่องสนุกของพวกเขาไปแล้ว และเรื่องบางเรื่องก็เลยเถิดจากความจริงไปไกล เช่นล่าสุดมีคลิปการเล่นลิงชิงบอลในแคมป์เก็บตัวทีมชาติอังกฤษที่ แมคไกวร์ ดันไปครองบอลไว้กับตัวมากถึง 3 จังหวะ และมีการแคปภาพ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตัน ลิเวอร์พูล ที่ทำท่า “งง” และมีการอ้างว่า เฮนเดอร์สัน พูดกับแม็คไกวร์ว่า “ทำอะไรของคุณน่ะ ?”

ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็กลายเป็นความตลกโปกฮากันไป ยิ่งมีกระแสที่ว่าเขาฟอร์มตกและไม่ควรติดทีมชาติประกอบด้วยแล้ว ข่าวดังกล่าวจึงถูกแชร์และนำเสนอไปทั่วโลกภายในระยะเวลาอันสั้น

 

UFABETWIN

 

สิ่งที่ตามมาคือในเกมที่ อังกฤษ เอาชนะ ไอวอรี่โคสต์ ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด 3-0 ในเกมนั้น แมคไกวร์ ได้ลงสนาม และเป็นครั้งแรกที่เขาโดนแฟนบอลอังกฤษที่เล่นในเวมบลี่ย์บ้านของตัวเองโห่ทุกจังหวะ ซึ่งหลังจากเกมดังกล่าวจบลงหลายคนในแคมป์ทีมชาติอังกฤษก็ได้แสดงจุดยืนเคียงข้าง แมคไกวร์ ในทันที เพราะพวกเขาต่างคิดว่าเรื่องดังกล่าวมันชักจะเป็นการล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว

ไทโรน มิงส์ กองหลังทีมชาติอังกฤษอีกคนให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ แมคไกวร์ เล่นลิงชิงบอล 3 จังหวะจนเป็นไวรัลว่า จริง ๆ แล้วเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีอะไรเลย จังหวะดังกล่าวเป็นจังหวะที่วงลิงชิงบอลของพวกเขาส่งบอลกันครบ 45 ครั้งแล้ว จึงมีสัญญาณให้หยุดพักก่อนเพื่อให้คนเป็นลิงได้พัก และมันบังเอิญว่าบอลไปจบจังหวะสุดท้ายที่ แมคไกวร์ พอดิบพอดี นอกจากนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ได้พูดอะไรที่เป็นการตั้งคำถามอย่างที่สื่อเอาไปเล่าเอาไปขยี้อีกด้วย

“เราผ่านบอลไป 45 ครั้ง และ แมคไกวร์ ก็หยุดบอล ผมเข้าใจสถานการณ์ตอนนั้นเพราะมันเป็นการหยุดเพื่อให้คนที่เป็นลิงได้พักหายใจ”

“จริง ๆ แล้ว แมคไกวร์ แค่หยุดในจังหวะที่พอดิบพอดีเท่านั้น อีกสักพักเขาก็พูดว่า ‘พอแล้ว เดี๋ยวเราค่อยเริ่มใหม่’ ดังนั้นผมจึงยืนยันว่าความเห็นแง่ลบที่เกิดขึ้นจากหลาย ๆ ฝ่ายนั้นเกิดจากความไม่เข้าใจในบริบททั้งหมดของวิดีโอที่พวกเขาได้เห็น” มิงส์ ที่อยู่ในวงลิงชิงบอลกล่าวภายหลัง

ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คนที่เป็นประเด็นจากคลิปดังกล่าวก็ออกมายืนเคียงข้าง แมคไกวร์ และวิจารณ์สื่อและแฟนบอลอังกฤษกลับว่า “แมคไกวร์ เป็นผู้นำเกมรับของทีมชาติอังกฤษมา 2 ทัวร์นาเมนต์หลังสุด ถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่มีทางไปได้ไกลขนาดนั้น การที่เขาโดนโห่ไล่ในสนามเหย้าของตัวเองเป็นอะไรที่ไม่มีเหตุผลเลย พวกเรากลายเป็นอะไรกันไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นอะไรที่แย่มาก ในฐานะของนักเตะที่อยากคว้าชัยชนะให้อังกฤษผมรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมร่วมกับเขา เราทุกคนต่างรู้สึกเช่นนั้น”

การแสดงออกของ มิงส์ และ เฮนเดอร์สัน นำมาซึ่งเสียงสนับสนุนของ แฮร์รี่ เคน, แกเร็ธ เซาธ์เกต และอีกหลายคนในทีมชาติอังกฤษ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากนัก อาจจะมีใครบางคนที่เห็นด้วยกับสิ่งที่สมาชิกทีมชาติอังกฤษเหล่านี้บอก แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้สนใจ และการวิจารณ์ ล้อเลียน หรือใด ๆ ก็ตามยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งผู้ที่จะทำให้มันจบลงได้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวของ แมคไกวร์ เอง

ทางรอดทางเดียว ไม่มีทางเลยที่ แมคไกวร์ จะผ่านเรื่องราวเหล่านี้ได้ด้วยการตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเอง ทางเดียวที่จะเขาจะรอดจากการตกเป็นเหยื่อคือการยกระดับการเล่น ตอบโต้คำวิจารณ์ด้วยผลงานในสนามตามแบบฉบับของนักเตะอาชีพ

ในอดีตนักเตะหลายคนเคยถูกวิจารณ์จากสื่อจนกลายเป็นการชี้เป้าให้แฟน ๆ รุมมาก่อนหน้านี้มากมาย จอห์น บาร์นส์ อดีตปีกของ ลิเวอร์พูล, แอชลี่ย์ โคล และก่อนหน้าแมคไกวร์ไม่นานนักอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นักเตะทั้งหมดนี้ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้ด้วยผลงานในสนามทั้งนั้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดน่าจะคล้าย ๆ กับ กรณีของ เวส บราวน์ และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่แรกเริ่มพวกเขาทั้งคู่ต่างไม่เป็นที่ชอบใจแม้กระทั่งกับแฟนบอลของตัวเอง จนวันหนึ่งที่พวกเขาสามารถยกระดับการเล่นจนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก และแต่ละคนก็ไปถึงระดับนักเตะคนสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้ เมื่อมาถึงจุดนี้คำวิจารณ์ก็กลายเป็นการยกย่องได้ไม่ยาก แม้เสียงวิจารณ์จากภาพจำในอดีตยังคงมีอยู่บ้างก็ตาม

สิ่งที่ แมคไกวร์ ต้องทำคือการยืนหยัดรับความเป็นจริงของโลกฟุตบอลในยุคนี้ให้ได้ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับมันจนกว่าเขาจะสามารถยกระดับการเล่นไปถึงจุดที่ไม่สามารถมีใครตั้งข้อสงสัยได้ หรืออย่างน้อยที่สุดคือต้องมีการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นกับทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักกีฬา โดยเฉพาะกับโลกทุกวันนี้ที่ทุกคนมีพื้นที่ระบายอาการหัวร้อนของตัวเองได้ทุกเมื่อต้องการ ถ้าเขารับมือกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นั่นอาจหมายถึงเขากำลังอยู่ผิดที่ เขาอาจจะต้องเปลี่ยนเอาคำวิจารณ์เหล่านี้มาใช้ให้ถูกทาง เช่นเอามากระตุ้นตัวเอง … แม้มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาก้าวพ้นสถานะตัวตลกอันดับ 1 ของโลกฟุตบอล ณ เวลานี้ได้

เขาอาจจะต้องมองย้อนเส้นทางที่เคยผ่านมาแล้วจะพบว่าตัวเองก็มาไกลมากจากนักเตะที่ลงเล่นในระดับลีกวัน จนถึงวันที่กลายมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีมชาติ คุณค่าของตัวเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำลายหรือสิ่งที่คนแปลกหน้าพิมพ์ลงมาบนโลกโซเชียล

ไม่มีใครรู้ว่า แฮร์รี่ แมคไกวร์ จะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้หรือไม่ แต่ตอนนี้หลายคนเริ่มออกมาแสดงจุดยืนเคียงข้างเขามากขึ้นแล้ว และมันอาจจะเป็นการช่วยให้เขารับมือกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ได้ดียิ่งกว่าที่เคยเป็น แต่ที่สุดแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาแข็งแกร่งพอที่จะก้าวข้ามคำวิจาณณ์ได้หรือไม่เท่านั้น เพราะนี่คือสัจธรรมของโลกใบนี้ที่คนให้กำลังใจก็มีและคนที่รอซ้ำคุณอยู่ก็มากไม่แพ้กัน…

ชื่อเสียง ความสำเร็จ และเงินทอง ล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายสำหรับนักกีฬาอาชีพเสมอ … ตอนนี้เป็นเวลาที่เขาต้องพิสูจน์แล้วว่าเขาจะยอมแพ้หรือไปต่อสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในอาชีพของเขา

UFABETWIN

UFABETWIN นักเตะที่มีคะแนนสูงสุดของสโมสรพรีเมียร์ลีกทุกฤดูกาลจนถึงตอนนี้…

UFABETWIN นักเตะที่มีคะแนนสูงสุดของสโมสรพรีเมียร์ลีกทุกฤดูกาลจนถึงตอนนี้…

UFABETWIN นักแสดงที่มีเรตติ้งสูงสุดของลิเวอร์พูลเกือบจะขายได้ในช่วงฤดูร้อน และมันเป็นรายการที่น่ายินดีสำหรับแกเร็ธ เซาธ์เกตก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก…

อาร์เซนอล: กาเบรียล เฆซุส – 7.75
สามประตูและสามผู้ช่วยในห้าเกมแรกของเขาสำหรับพลปืน ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ที่เอมิเรตส์แล้ว ถึงกระนั้น เขาพลาดทีมบราซิลชุดล่าสุดแต่นั่นอาจเป็นเพราะที่ของเขาปลอดภัย และติเต้ต้องการดูคนที่อยู่รอบนอก เป็นผู้เล่นที่มีเรตติ้งสูงสุดเป็นอันดับสองของ แต่การละเลยทีมบราซิลของเขาค่อนข้างกังวลมากกว่าก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก

แอสตัน วิลล่า: เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – 6.97
ผู้รักษาประตูของวิลล่าคืออันดับที่ 13 ของผู้รักษาประตูพรีเมียร์ลีกสำหรับเปอร์เซ็นต์การเซฟ แต่เขาเก็บได้ 1.1 ประตูน้อยกว่าของวิลลาส์

บอร์นมัธ: ลอยด์ เคลลี่ – 6.87
ไม่เพียงแต่เคลลี่เป็นเชอร์รี่ที่มีคะแนนสูงสุดเท่านั้น เขายังมีความรู้สึกที่ดีที่จะออกไปนั่งที่ลิเวอร์พูล ทั้งสองสิ่งน่าจะเชื่อมโยงกัน

เบรนท์ฟอร์ด: อีวาน โทนี่ย์ – 7.76
กองหน้าเบรนท์ฟอร์ดกำลังรีบเร่งเครื่องบินอังกฤษก่อนฟุตบอลโลก โธมัส แฟรงค์ คิดว่าเขาควรไป ถ้าเพียงเพราะเขา “ดีที่สุดในโลก” จากจุดนั้น

ไบรท์ตัน: 7.36
“ปาสกาลน่าจะแสดงในระดับอาชีพของเขา; ระดับของเขาแน่นอนตั้งแต่ฉันทำงานกับเขา” เกรแฮม พอตเตอร์พูดไม่นานก่อนที่เขาจะหยุดทำงานกับเขา กรอสทำประตูได้ดีขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว และจ่ายบอลเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเกม

เชลซี: รีซ เจมส์ – 7.29
ขณะที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ล้มเหลว เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูลหลายคน เจมส์เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับสัญญาฉบับใหม่ตลอดเส้นทาง ปัจจุบันเจมส์กำลังทำแอสซิสต์จากเพื่อนร่วมทีมของเขา มีเพียง เท่านั้นที่มีมากกว่าหนึ่งครั้งในฤดูกาลนี้

UFABETWIN

คริสตัล พาเลซ: วิลฟรีด ซาฮา – 7.36
ซาฮาทำประตูได้ 4 ประตูจากทั้งหมด 5 ประตูของพาเลซในฤดูกาลนี้ รูปแบบที่เขาจะต้องรักษาไว้หากเขาหวังว่าจะได้ย้ายครั้งใหญ่ในเดือนมกราคม ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนของพาเลซในเดือนสิงหาคมและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลพรีเมียร์ลีก

เอฟเวอร์ตัน: จอร์แดน พิคฟอร์ด – 7.26
พิคฟอร์ดแสดงความกล้าหาญในเกมกับลิเวอร์พูลแต่ฟอร์มของเขาแข็งแกร่งตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สะดวกก่อนฟุตบอลโลก สะดวกน้อยกว่าคืออาการบาดเจ็บที่ต้นขาที่เขาได้รับ แม้ว่าเขาอาจจะกลับมาได้ก่อนเกมถัดไปของเอฟเวอร์ตัน หากโปรแกรมในสัปดาห์หน้าเลื่อนออกไปด้วย

ฟูแล่ม: อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช – 7.88
มิโตรทำประตูได้ 67% ของประตูทั้งหมดของฟูแล่มในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่สูงที่สุดของบุคคลใดก็ตามในทีมของพวกเขา ช่วยให้เขายิงเฉลี่ยต่อเกมได้มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด: แจ็ค แฮร์ริสัน – 7.28
ฝ่ายซ้ายของลีดส์เสนอจำนวนแอสซิสต์สูงสุดเป็นอันดับสองในพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวนสามคน เช่นเดียวกับพระเยซูและบ็อบบี้ เฟอร์มิโน มีเพียงเควิน เดอ บรอยน์เท่านั้นที่ยิงได้มากกว่า ขณะที่มีเพียงโม ซาลาห์เท่านั้นที่จ่ายบอลหลักให้ได้มากกว่า

นักเตะพรีเมียร์ลีก 5 คนตกเป็นเป้าหมายของบิ๊กซิกส์ในเดือนมกราคม

ลิเวอร์พูล: โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ – 7.53
ไม่น่าแปลกใจเลยที่กองกลางและกองหลังของพวกเขาเป็นกระสวยกองหน้าของลิเวอร์พูลครองสามอันดับแรก โดยมีหลุยส์ ดิแอซและโม ซาลาห์ในอันดับสองและสามตามลำดับ เฟอร์มิโน่ ที่ดูเหมือนจะไปได้สวยในซัมเมอร์นี้ ยิงประตูร่วมสูงสุด (สาม) และให้แอสซิสต์ (สาม) มากกว่าหงส์แดงคนอื่นๆ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ – 8.20
ผู้เล่นที่มีคะแนนสูงสุดในพรีเมียร์ลีกจนถึงตอนนี้มีอยู่แล้ว 10 ประตู โดยทำคะแนนได้ครึ่งหนึ่งของแชมเปี้ยนทั้งหมดในขณะที่ทำผลงานได้ดีกว่า xG ของเขาเองที่ 7.3

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: มาร์คัส แรชฟอร์ด – 7.16
แรชฟอร์ดต้องการเริ่มต้นฤดูกาลอย่างแข็งแกร่ง หากเพียงความหวังที่จะได้ไปฟุตบอลโลก และสามประตูและอีก 2 แอสซิสต์ทำให้เขาอยู่ในกรอบ

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: อัลลัน แซงต์-แม็กซิแม็ง – 7.67
อีกครั้ง นักบินของนิวคาสเซิ่ลเลี้ยงบอลเฉลี่ยต่อเกมมากกว่าใครในพรีเมียร์ลีก จากทั้งหมด 28 ของเขา ครึ่งหนึ่งประสบความสำเร็จ ครึ่งหนึ่งไม่ได้

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์: เนโก้ วิลเลียมส์ – 7.16
หนึ่งในสามผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ที่ลงเล่นทุกนาที นิวฟอเรสต์ (ไม่ใช่ทั้งหมดเหรอ) มีการโหม่งเฉลี่ย 4.5 ครั้งต่อเกม ทำได้ดีกว่าโดยไทเลอร์ อดัมส์ของลีดส์และชูเอา ปาลฮิญาของฟูแล่มเท่านั้น

UFABETWIN

เซาแธมป์ตัน: เจมส์ วอร์ด-พราวส์ – 7.10
กัปตันทีมเซนต์สจ่ายบอลเฉลี่ย 2.5 คีย์ต่อ 90 นาที – มีเพียงซาลาห์, เดอ บรอยน์, แฮร์ริสัน และอิลคาย กุนโดกันเท่านั้นที่ทำผลงานได้ดีกว่า

ท็อตแนม: แฮร์รี่ เคน – 7.53
ห้าประตูจากหกเกมทำให้กัปตันทีมชาติอังกฤษนำหน้าปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ในฐานะผู้เล่นที่มีคะแนนสูงสุดของอันโตนิโอ คอนเต้ยังคงสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องด้วยการจ่ายบอลสูง 2.2 คีย์ต่อเกม

เวสต์แฮม: โทมัส ซูเซก – 6.87
ยักษ์ใหญ่จากเช็กกำลังแรเงาคะแนนเฉลี่ยของเดคแลน ไรซ์ มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมของเขา 0.01 การต้อนรับกลับสู่ฟอร์มหลังจากฤดูกาลที่แล้วที่ไม่สอดคล้องกันซึ่งเขาอาจต้องทนทุกข์ทรมานจากการเร่ร่อนของไรซ์ UFABETWIN

UFABETWIN เอมิเรตส์ คัพ… ด้วยความคิดถึง “โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส” 

UFABETWIN อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

UFABETWIN แฟนบอลอาร์เซนอล และเซบีย่า จะได้เป็นส่วนหนึ่งของ เอมิเรตส์ คัพ 2022 กันอีกครั้ง

และครั้งนี้มันจะมีความหมายพิเศษยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึงชายคนหนึ่งที่เคยเล่นกับทั้งสองสโมสรนี้ และแฟนบอลทั้งสองสโมสรนี้รักเขามากเหลือเกิน

เอมิเรตส์ คัพ กลับมาอีกครั้ง กับเกมการแข่งขันที่เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของแบรนด์สายการบินแห่งนี้ ซึ่งเข้ามาสู่วงการฟุตบอลในฐานะ

ผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของวงการนี้ พวกเขามีหลายสโมสรมากที่ให้การสนับสนุนจากพวกเขา แต่ไม่มีที่ไหนจะเหมือนกับอาร์เซนอลที่ซึ่ง

พวกเขาสนับสนุนออกมาในรูปแบบของชื่อสนามแข่งในนาม “เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม” สนามเหย้าของอาร์เซนอลที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2006 และ เอมิเรตส์ คัพ ก็เกิดขึ้นในปีต่อมา

เอมิเรตส์ คัพ เป็นเหมือนหนึ่งเกมปรีซีซั่นที่เราอาจจะเห็นกันมากมายทั่วโลก แม้กระทั่งในไทยก็เคยมีเกมพิเศษกับหลายสโมสร แต่ เอมิเรตส์ คัพ

เป็นหนึ่งในเกมปรีซีซั่นที่มีการจัดการแข่งขันเรื่อยมา มีหยุดบ้างห่างหายกันไปบ้างตลอดระยะเวลา 15 ปีที่เริ่มต้นการแข่งขันเป็นครั้งแรก ด้วยเหตุผลที่ง่ายที่สุด “การตลาด-แฟนบอล-การเตรียมทีม” มันหาจุดลงตัวร่วมกันด้วยการแข่งขันรายการนี้

สายการบินผู้สนับสนุนได้โปรโมทแบรนด์ของตนอง ทีมได้เตรียมความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ และแฟนบอลจะได้เข้าชมเกมเหย้าที่ว่ากันว่าหากตั๋วเข้าชมยากมากที่

หนึ่งในโลกได้ง่ายกว่าเดิม เพราะพวกเขาจะแบ่งส่วนตั๋วเข้าชมส่วนหนึ่งเปิดขายให้กับแฟนบอลทั่วไปที่ถ้าคุณมาถึงสนามแล้วโชคดีบัตรยังมีเหลือก็สามารถซื้อเข้าไปชมได้เลย

จากจุดเริ่มต้นของการจัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยบอลทัวร์นาเมนต์สี่เส้ากันมาตลอดในปี 2022 นี้ เอมิเรตส์ คัพ กลับมาแล้ว หลังผ่านสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทำให้ทั้งโลกต้องชะงักการทำงาน การใช้ชีวิต และทุกอย่างที่ควรจะเป็น มาวันนี้ฟันเฟืองชีวิตกลับมาเริ่มเดินหน้ากันได้แล้วอีกครั้ง และนำมาซึ่งเกมนี้

1 มิถุยายน 2019 หนึ่งในข่าวการเสียชีวิตของคนหนึ่งคนจากอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในถนนสายหนึ่งย่านอูเตรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเมืองเซบีย่า ทำให้แฟนบอลทั่วโลกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแฟนบอลของเซบีย่า และ อาร์เซนอล

โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 35 ปีจากอุบัติเหตุครั้งนั้น สำหรับเด็กคนหนึ่งที่เกิดในแคว้นอันดาลูเซีย ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่เกิดในเมืองที่มีสโมสรฟุตบอลในเมืองเหล่านั้น สำหรับ

เรเยส เซบีย่า หรือ เรอัล เบติส คือสองสโมสรที่ดีที่สุดของแคว้น และเรเยสก็มีช่วงที่ทั้งชอบ เบติส (มีภาพเขาสมัยเด็กใส่เสื้อของเบติส) และเซบีย่าก็รักไม่แพ้กัน สุดท้ายเมื่อต้องเลือกเขา

เลือกเซบีย่า ทีมที่เขาร่วมทีมด้วยวัยเพียง 10 ปี หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของทีมจนกระทั่งถึงการย้ายทีมครั้งแรกในปี 2004 สู่อาร์เซนอล ที่เขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์เช่นกัน

“ผมคือคนที่มีความสุขที่สุดในโลก และในเวลาเดียวกันผมก็เป็นคนที่มีความเสียใจมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน” เรเยส กล่าวไว้ในวันที่ 30 มกราคม 2004 ในตลาดการซื้อขายวันสุดท้าย

ของรอบนั้น เขาย้ายมาร่วมงานกับอาร์เซนอลด้วยค่าตัวมหาศาลที่ว่ากันว่าหากรวม add-on ทั้งหมดเขาจะมีค่าตัวประมาณ 17 ล้านปอนด์ ในยุคที่นักเตะแพงที่สุดในโลกอย่างซีเนอดีน ซีดาน มีมูลค่า 50 ล้านปอนด์

มันเป็นข้อเสนอก้อนใหญ่มากจนเซบีย่าไม่ต้องการปฏิเสธ และเรเยส ก็เข้าใจในเรื่องนั้นเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสโมสรต้องการเงินมาใช้จ่ายในทีม เขาก็เลือกที่จะออกเดินทางครั้งสำคัญ

อาร์เซนอล ดูฟอร์มเขามานานนับปี ส่งแมวมองไปดูถึงสนามหลายต่อหลายครั้ง “40 เกม” คือตัวเลขประมาณที่อาร์แซน เวนเกอร์ เคยบอกว่าเขาให้ทีมงานไปดูฟอร์มของเด็กคนนี้ที่ลงเล่น

กับเซบีย่า ก่อนตัดสินใจยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในสเปนมาร่วมงานด้วย และเมื่อเขาตอบรับข้อเสนอดังกล่าว ก็หมายถึงว่าเขาเลือกที่จะจากลาเซบีย่าทีมที่เขาร่วมงานมาตั้งแต่ทีมเยาวชน

UFABETWIN

เขากลายเป็นนักเตะคนสุดท้ายของทีมชุดใหญ่

อาร์เซนอลในฤดูกาล 2003-2004 ที่ย้ายมาร่วมทีม เขากลายเป็นนักเตะในทีมชุด “ไร้พ่าย” ที่ยังคงเป็นเรื่องราวที่ยังไม่มีสโมสรไหนทำได้ นับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ ลีก มาตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา

ตลอด 2 ปีครึ่งในอังกฤษ เขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่แล้วก็ต้องจบเพียงแค่นั้น เขาอายุเพียง 20 ปีในวันที่ย้ายมาเล่นในอังกฤษ วัยรุ่นที่ต้องทิ้งทุกอย่างในชีวิตข้ามมาทำงานใน

ต่างแดนลำพัง ความเหงาเกาะกินใจเขาจนสุดท้ายเขากลายเป็น “โฮมซิค” และขอกลับไปใช้ชีวิตในสเปน ด้วยการย้ายแบบยืมตัวไปเล่นกับ เรอัล มาดริด ที่ซึ่งเขาได้แชมป์ ลา ลีกา ที่นั่น ก่อน

ย้ายไปเล่นกับ แอตเลติโก มาดริด, เบนฟิก้า และกลับไปที่ เซบีย่าในปี 2011 อีกครั้ง และช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีกได้ถึงสามสมัยซ้อย ก่อนจะออกเดินทางอีกครั้งไปเล่นอีกหลายสโมสร

ก่อนที่ถึงวันสุดท้ายของชีวิต เขายังคงเป็นนักเตะของ เอ็กเตรมาดูร่า ทีมระดับล่างของสเปนที่ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดของเขา และการเดินทางกลับจากการซ้อมในวันหนึ่งนั้น ก็เป็นวันสุดท้ายของชีวิต

การไว้อาลัยเกิดขึ้นจากทั่วโลก ในขณะที่ร่างของเขาถูกฝังในเมืองอูเตรา บ้านเกิดและบ้านหลังสุดท้ายของตนเอง สโมสรเอ็กเตรมาดูร่า ประกาศยกเลิกหมายเลข 19 ที่เขาสวมใส่เป็น

การไว้อาลัย หีบศพของเขาคลุมด้วยธงของสโมสรเซบีย่า พาเขาเข้าสู่ประตูยมโลก ขณะที่อาร์เซนอล มีการไว้อาลัยผ่านทางเว็บไซต์ และในสังคมออนไลน์ และมีแผนจะมองหาบางสิ่งเพื่อจะระลึกถึงเขา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะโควิด-19

3 ปี กับอีกประมาณ 1 เดือนผ่านไป อาร์เซนอล ประกาศการจัดการแข่งขัน เอมิเรตส์ คัพ ขึ้นอีกครั้ง และเลือกเชิญ เซบีย่า มาเพียงสโมสรเดียว เพื่อมาเป็นเกียรติแด่เรเยส อย่างเป็นทางการ ในฐานะของบุคคลที่รักยิ่งของแฟนบอลทุกคน UFABETWIN

นาทีที่ 9 ของเกมการแข่งขันที่จะมาถึงนี้ จะมีการไว้อาลัยให้กับเขาหนึ่งในเจ้าของเสื้อหมายเลข 9 ของสโมสรปืนใหญ่ ที่จะเป็นการไว้อาลัยให้กับเขาผู้จากไป

คงเป็นประโยคที่สามารถบอกได้ว่ามันใช่สำหรับการจากไปของเขา และก็อีกเช่นกันว่า เราจะไม่มีคำว่า ” สำหรับความคิดถึงใครสักคนหนึ่ง เพราะคนๆ นั้นอยู่ในหัวใจและความคิดของเราเสมอ

UFABETWIN “ชินโซ อาเบะ” : นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ผู้นำป๊อปคัลเจอร์ สู่โอลิมปิก เกมส์ 2020

ประเทศญี่ปุ่นได้สูญเสีย ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงจากด้านหลังระหว่างปราศรัยหาเสียงอยู่ที่เมืองนารา จนถึงแก่อสัญกรรมในวัย 67 ปี

ชินโซ อาเบะ มีบทบาทสำคัญมากมายในฐานะนายกรัฐมนตรีที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนประเทศมาตั้งแต่ปี 2012 เป็นแกนหลักในการจัดแข่งขัน โอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว แต่สิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกจดจำได้มากที่สุดคือ การปรากฏตัวเป็น “ซูเปอร์มาริโอ” ตัวละครจากวิดีโอเกมยอดฮิต ในพิธีปิด “ริโอ เกมส์” ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2016 จนกลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปทั่วโลก และเขายอมรับว่านี่คือหนึ่งในโมเมนต์ที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

การปรากฏตัวของผู้นำประเทศในลุคของ “อาเบะ มาริโอ” ที่ริโอ เกมส์ จนกลายเป็นตำนาน มีที่มาที่ไปอย่างไร?  มีเบื้องหลังที่น่าสนใจมาฝาก เพื่อเป็นการระลึกถึงหนึ่งในผู้นำผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่นตลอดกาล

เมื่อ “โตเกียว” ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

ก่อนที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะถูกเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของชาติ พวกเขามีคู่แข่งที่หมายปองโควตาเจ้าภาพมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ปี 2020 ด้วยกัน 4 ราย ประกอบด้วย อิสตันบูล (ตุรกี), บากู (อาเซอร์ไบจาน), โดฮา (กาตาร์) และ มาดริด (สเปน)

ซึ่งหลังจากทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้พิจารณารายละเอียดต่างๆของแต่ละชาติผู้เสนอตัว ในปี 2012 พวกเขาก็คัดเลือกจนเหลือ 3 เมืองสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบคือ อิสตันบูล, มาดริด และ โตเกียว ซึ่งถือเป็น 3 เมืองที่ IOC ประเมินว่ามีศักยภาพและความพร้อมมากที่สุด ทั้งเรื่องสถานที่แข่งขัน, หมู่บ้านนักกีฬ,า สนามบิน, การคมนาคม และความปลอดภัย

แม้โตเกียวจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย แต่เรื่องหนึ่งที่หลายฝ่ายยังรู้สึกกังวลคือ การที่ญี่ปุ่นเพิ่งประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวจนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มจังหวัดต่างๆในประเทศเมื่อปี 2011 รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดฟุกุชิมะ ที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้า จุดนี้ทำให้บรรดาทีมงานผู้รับหน้าที่ดูแลโปรเจ็กต์เสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของโตเกียวต่างช่วยกันออกมาชี้แจงให้ IOC เชื่อมั่นว่า พวกเขาสามารถควบคุมเรื่องกัมมันตรังสีได้แล้ว และจะสามารถจัดมหกรรมกีฬานี้ได้อย่างแน่นอน

และหนึ่งในคนที่มีบทบาทสำคัญคือ ชินโซ อาเบะ ผู้นำของญี่ปุ่นในเวลานั้น เขาถือโอกาสที่ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลนานาชาติ ครั้งที่ 125 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อปี 2013 พูดคุยและกล่าวสุนทรพจน์ให้ความเชื่อมั่นกับบรรดาชาติสมาชิก รวมไปถึงบอร์ดของ IOC ว่า โตเกียวจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากการรั่วไหลของรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ ดังนั้น จะมีความปลอดภัยแน่นอนสำหรับการจัดโอลิมปิก พวกเขาก็พร้อมจะใช้ “กีฬา” ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในการพัฒนาประเทศและเป็นตัวขับเคลื่อนอนาคตของชาติ รวมถึงการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น ตามสโลแกน “กีฬาเพื่อวันพรุ่งนี้” ที่พวกเขาชูขึ้นมาเสนอกับทาง IOC

“ผมมาที่นี่พร้อมกับข้อความสำคัญที่จะบอกว่า พวกเราชาวญี่ปุ่นคือผู้ศรัทธาต่อความเคลื่อนไหวต่างๆของโอลิมปิกเป็นอย่างสูง” ชินโซ อาเบะ พูดในที่ประชุม IOC

“พวกเราชาวญี่ปุ่นได้เรียนรู้ว่า กีฬาคือสิ่งที่เชื่อมโยงโลกของเรา กีฬาให้โอกาสที่เท่าเทียมกันแก่ทุกคน และจิตวิญญาณของโอลิมปิกยังบอกเราว่า มรดกไม่ได้เป็นแค่ตึก อาคาร หรือโครงการระดับชาติ แต่เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ระดับโลก และการลงทุนในตัวผู้คน”

 

UFABETWIN

 

แล้วในที่สุด วันที่ 7 กันยายน 2013 โตเกียว ญี่ปุ่น ก็ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ โอลิมปิก 2020 สมปรารถนา ด้วยคะแนนโหวตจากสมาชิกถึง 60 เสียง เหนือกว่า อิสตันบูล ตุรกี ที่ได้ไป 36 เสียง ท่ามกลางความดีใจของ ชินโซ อาเบะ และทีมงานชาวญี่ปุ่น รวมถึงประชาชนที่เฝ้าติดตามการประกาศการคัดเลือกเจ้าภาพโอลิมปิกในบ้านตัวเอง ก่อนตั้งทีมงานฝ่ายจัดการแข่งขันประจำกรุงโตเกียวอย่างเป็นทางการ และเดินหน้าเตรียมความพร้อมแบบเต็มกำลัง เพื่อนับถอยหลังสู่การเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติครั้งที่ 2 ของพวกเขา

ปฏิบัติการขโมยซีนในพิธีปิด ริโอ เกมส์ ของ “อาเบะ มาริโอ”

ระหว่างที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน “โตเกียว 2020” เตรียมงานกันอย่างขะมักเขม้นสำหรับงานใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้า อีกฟากหนึ่งของโลก บราซิล ก็กำลังรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งเมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2016 ก็ถึงคราวสิ้นสุด พร้อมกับจัดงานพิธีปิดเป็นการอำลาและขอบคุณนักกีฬาทุกประเทศที่เดินทางมาร่วมชิงชัย รวมถึงส่งไม้ต่อให้ โตเกียว ญี่ปุ่น รับหน้าที่จัดการแข่งขันในอีก 4 ปีข้างหน้า

เมื่อค่ำคืนพิธีปิดที่ มาราคาน่า สเตเดียม ดำเนินมาถึงช่วงที่ เอดูอาร์โด พาเอส นายกเทศมนตรีของนครริโอ ส่งต่อธงโอลิมปิกให้แก่ โธมัส บาค ประธาน IOC แล้วส่งต่อถึงมือของ ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่ากรุงโตเกียว นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้เวลาที่การแข่งขันโอลิมปิกจะเดินทางไปที่ญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งจากนั้นก็ได้มีการฉายวิดีโอพรีเซ็นเทชั่นให้คนดูที่สนามและถ่ายทอดสดทางบ้านได้รับชมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในโอลิมปิกที่แดนอาทิตย์อุทัย

วิดีโอพรีเซ็นเทชั่นของ “โตเกียว 2020” สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทั่วโลกอย่างสูง เมื่อพวกเขาหยิบเอาวัฒนธรรมป๊อป  อันเป็นเอกลักษณ์ทั้งอนิเมะ, มังงะ, วิดีโอเกม ที่คนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี มาผสมผสานกับโลกกีฬาได้อย่างตื่นตาตื่นใจ เช่น กัปตันสึบาสะ, แพคแมน, โดราเอมอน, เฮลโล คิตตี้ ที่มาร่วมแสดงร่วมกับเหล่านักกีฬาทีมชาติตัวจริง

แต่ซีนที่น่าประทับใจที่สุดคือการปรากฏตัวของ ชินโซ อาเบะ ผู้นำแห่งญี่ปุ่น ที่มาร่วมแสดงในวิดีโอนี้ด้วย โดยในวิดีโอพรีเซนเทชั่น อาเบะ มีกำหนดต้องเดินทางไปร่วมพิธีปิดที่บราซิลแต่กลัวจะไปไม่ทัน เขาจึงแปลงร่างเป็น “มาริโอ” ตัวละครจากเกมแอ็กชั่นสุดฮิตของค่ายนินเทนโด แล้ววิ่งไปที่แยกชิบูย่า ก่อนที่ โดราเอมอน เจ้าแมวสีฟ้าขวัญใจคอการ์ตูนทั่วโลก จะหยิบท่อประปาสีเขียวออกมาจากกระเป๋าวิเศษ ช่วยให้ “อาเบะ มาริโอ” กระโดดลงท่อแล้ววาร์ปไปที่สนามมาราคาน่าได้ทันเวลา

แล้วเมื่อตัดภาพไปที่สนามมาราคาน่า ชินโซ อาเบะ ตัวจริงเสียงจริงที่คอสเพลย์เป็นมาริโอ ก็ปรากฏตัวบนท่อประปาสีเขียวกลางสนาม ทักทายผู้ชมทั่วโลกอย่างน่ารักท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ภาพดังกล่าวกลายเป็นเรื่อง ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปทั่วโลกบนหน้าโซเชียลมีเดีย คนทั่วไปรวมถึงสื่อมวลชนทุกแห่งหนพร้อมใจกันกดไลก์กดแชร์ภาพของ “อาเบะ มาริโอ” และวิดีโอพรีเซ็นเทชั่นสุดน่ารักของ โตเกียว 2020 กันอย่างคึกคัก

 

ขณะเดียวกัน วิดีโอบันทึกพิธีปิดการแข่งขัน ริโอ เกมส์ บน ยูทูป ความยาว 2 ชั่วโมง 53 นาที ซีนที่ อาเบะ มาริโอ ปรากฏตัวก็เป็นซีนที่คนกดดูซ้ำกันเยอะที่สุด จนกลายเป็นโมเมนต์ที่คนทั่วโลกพูดถึงกันมากกว่าพิธีปิดการแข่งขันที่บราซิลไปเสียอย่างนั้น

แน่นอนว่า การนำเสนอวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นผ่านวิดีโอพรีเซนเทชั่นตัวนั้นสร้างอิมแพ็กต์กับคนทั่วโลกได้เป็นอย่างมาก เพราะการนำเสนอตัวละครจากวิดีโอเกม, มังงะ, อนิเมะ แม้แต่เพลงป๊อป เพลงร็อกสไตล์ญี่ปุ่นเข้ามานั้น คือหนึ่งในไอเดียที่ ชินโซ อาเบะ และทีมผู้จัด “โตเกียว 2020” เห็นตรงกันที่จะใช้สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมตมหกรรมกีฬาที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ แถมยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอาเบะ ที่ต้องการผลักดันทั้งสองสิ่งไปด้วยกัน เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศชาติกลับมาฟื้นฟูและเติบโตขึ้นด้วยกีฬาและความบันเทิงที่เป็นอาวุธหลักของพวกเขา

ญี่ปุ่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมป๊อปที่มีเอกลักษณ์ครองใจคนทั่วโลกมาช้านาน พวกเขามีมังงะและอนิเมะที่ออกไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังในต่างประเทศหลายเรื่อง มีเกมซีรีส์ระดับตำนานที่เหล่าเกมเมอร์เล่นกันทั่วโลก ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงเชื่อมโยงผู้คนทุกเพศทุกวัยเข้าด้วยกันได้อย่างไม่ยากเย็นแม้จะพูดคนละภาษาและต่างเชื้อชาติ แถมมันยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล นั่นจึงทำให้ อาเบะ และทีมงานทุกภาคส่วนจับมือกันนำเสนอวัฒนธรรมป๊อปของพวกเขาสู่สายตาชาวโลกผ่านกีฬาโอลิมปิกแบบเต็มกำลัง

ทำไมต้องเป็น “มาริโอ” ล่ะ?

ในเมื่อประเทศญี่ปุ่นมีการ์ตูน, อะนิเมะ, มังงะ และวิดีโอเกมชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกมากมายหลายเรื่อง แต่ทำไมทีมผู้จัด “โตเกียว เกมส์” ถึงเลือกให้ ชินโซ อาเบะ คอสเพลย์เป็น มาริโอ พระเอกช่างประปาชื่อดังจากเกม “ซูเปอร์มาริโอ” ? .. แน่นอนว่าเรื่องนี้มีคำตอบอยู่แล้ว

มาริโอ คือตัวละครจาก “ซูเปอร์มาริโอ” วิดีโอเกมชื่อดังที่ผลิตโดย นินเทนโด ค่ายเกมระดับตำนานของญี่ปุ่น จากฝีมือของ ชิเงรุ มิยาโมโตะ ผู้สร้างเกมประจำค่ายนินเทนโด ซึ่งหลังจากนั้น เขาได้ยกสถานะตัวเองเป็นตำนานแห่งวงการวิดีโอเกมของญี่ปุ่นอย่างไร้ข้อกังขา จากผลงานมากมายรวมถึงซีรีส์เกมมาริโอฉบับต่างๆที่ได้รับความนิยมข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

มาริโอ ออกมาพบกับคอเกมเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1981 ในฐานะตัวประกอบของเกม “ดองกี้ คอง” ก่อนจะได้โอกาสมีวิดีโอเกมเป็นของตัวเองในปี 1985 ที่ชื่อ “ซูเปอร์มาริโอ” ด้วยรูปแบบเกมแอ็กชั่นที่เล่นง่าย ไม่ซับซ้อน บวกกับคาแร็กเตอร์ที่น่ารักของมันเอง ทำให้ มาริโอ ทำยอดขายได้มากกว่า 58 ล้านชุดทั่วโลก และมีภาคต่อให้แฟนเกมได้เล่นกันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์วิดีโอเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในเกมที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล

ไม่เพียงแต่เกมแนวแอ็กชั่น ซูเปอร์มาริโอ ยังปรากฏตัวในเกมรูปแบบอื่นมากมายทั้ง พัซเซิลลับสมอง, ผจญภัยในโลกกว้าง แม้กระทั่งเกมกีฬา โดยเฉพาะหนึ่งในซีรีส์ที่ดังที่สุดของมันนั่นคือ “มาริโอ คาร์ท” ที่ให้ตัวละครจากเกมมาริโอทุกตัวมาสวมบทบาทเป็นนักแข่งรถแย่งกันซิ่งเข้าเส้นชัย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้อาวุธขว้างปากลั่นแกล้งคู่แข่งได้ด้วย จนกลายเป็นต้นแบบของเกมแนวแอ็กชั่นเรซซิ่งที่ค่ายเกมหลายยี่ห้อนำมาต่อยอดกันมากมาย

ไม่เพียงเท่านั้น มาริโอ ยังมีเกมซีรีส์กีฬาของตัวเองให้เลือกเล่นมากมายทั้ง มาริโอ เทนนิส, มาริโอ กอล์ฟ, มาริโอ สไตรเกอร์ส (ฟุตบอล), มาริโอ เบสบอล จนถึงโอลิมปิก ในซีรีส์ “มาริโอ แอนด์ โซนิค แอต ดิ โอลิมปิก เกมส์” ปี 2008 ที่ให้เหล่าตัวละครจากเกมมาริโอและโซนิคมาแข่งกีฬาชิงเหรียญทองกัน ขานรับกระแสการแข่งขันโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

หลังจากโอลิมปิก 2008 ที่จีนสิ้นสุดลง ซีรีส์เกมโอลิมปิกของ มาริโอ แอนด์ โซนิค ก็ยังคงถูกผลิตวางขายอย่างต่อเนื่องในทุกครั้งที่มีการจัดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ เช่น โอลิมปิก ลอนดอน 2012 และ โอลิมปิก ริโอ 2016 ที่นินเทนโดผลิตออกมาให้แฟนเกมได้กดเล่นกันในครัวเรือน เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี หากเล่นกับเพื่อนฝูงก็จะได้เสริมสร้างมิตรภาพ

ด้วยความที่ มาริโอ มีเกมที่ข้องเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาหลายประเภทหลากหลายชนิด แถมตัวเกมยังขายดิบขายดี โดยเฉพาะซีรีส์โอลิมปิกที่มียอดขายเกิน 20 ล้านชุดทั่วโลก ดังนั้น ทีมผู้จัดโอลิมปิก 2020 จึงไม่ลังเลที่จะเลือก มาริโอ ให้เป็นหนึ่งในไอคอนคาแร็กเตอร์ที่ได้ไปปรากฏตัวในวิดีโอพรีเซนเทชั่นในพิธีปิดริโอ เกมส์ 2016 พร้อมให้ ชินโซ อาเบะ คอสเพลย์เป็นมาริโอในงานนี้ด้วย

เบื้องหลังการคอสเพลย์เป็น “อาเบะ มาริโอ”

ถึงคนทั่วโลกจะประทับใจกับการคอสเพลย์เป็นมาริโอของ ชินโซ อาเบะ ในพิธีปิด ริโอ เกมส์ มากมายขนาดไหน แต่ความจริงไอเดียนี้เกือบจะกลายเป็นหมันแล้วด้วยซ้ำ เพราะตัวของ ชินโซ อาเบะ เพิ่งให้สัมภาษณ์หลังจากที่เขาลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ตอนที่ โยชิโระ โมริ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 (และเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่วงปี 2000-2001) มาเสนอไอเดียให้เขาคอสเพลย์เป็นมาริโอ เจ้าตัวถึงกับส่ายหัว

“พูดตามตรงนะครับ ตอนที่โมริมาคุยกับผมพร้อมไอเดียที่จะให้ผมแต่งตัวเป็นมาริโอในพิธีปิด ผมไม่ชอบเลย (หัวเราะ) มันจะดีเหรอที่ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตัวเป็นมาริโอ? แต่ผมก็ตอบตกลง เพราะส่วนตัวผมไม่อยากให้การแข่งขันกีฬาดูเป็นการเมืองเกินไป ถึงจะต้องใช้เวลา 20 ชั่วโมงบินไปที่ริโอก็เถอะ” อาเบะ ให้สัมภาษณ์

ด้านของ โยชิโระ โมริ บอสใหญ่ของโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว (แต่ต้องลาออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ก่อนการแข่งขันไม่กี่เดือน เพราะเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผู้หญิงพูดในการประชุมมากเกินไป”) ก็เล่าเช่นกันว่า เขาพยายามโน้มน้าวให้ อาเบะ คอสเพลย์เป็นช่างประปาชื่อดังแห่งโลกวิดีโอเกมด้วยเหตุผลว่า อาเบะ เป็นที่รู้จักของชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ เป็นผู้นำของญี่ปุ่นในระดับนานาชาติ และเขามองว่า อาเบะ เป็นคนเดียวที่สามารถทำเรื่องนี้ได้โดยที่คนทั่วโลกจะให้การยอมรับ ซึ่งในที่สุด ผู้นำแห่งญี่ปุ่นก็ยอมคอสเพลย์เป็นมาริโอแล้วไปร่วมงานพิธีปิดที่แดนแซมบ้า

 

UFABETWIN

 

อาเบะ ยังเล่าต่ออีกว่าด้วยความที่พิธีปิดการแข่งขันริโอ เกมส์ ล่าช้ากว่ากำหนด เขาเลยต้องยืนรออยู่หลังท่อประปาสีเขียวกลางสนามมาราคาน่าอยู่ราว 10 นาทีในชุดมาริโอ จนทีมงานให้สัญญาณว่าถึงเวลาโชว์ตัวแล้ว เขาจึงยืนขึ้นบนท่อประปากลางสนามแล้วปรากฏกายในมาด “อาเบะ มาริโอ” ที่ทุกคนจดจำได้จนถึงวันนี้

คอสเพลย์ครั้งเดียว คนจำได้ทั้งโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชินโซ อาเบะ มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงการเมืองของญี่ปุ่น รวมถึงบรรดาสื่อมวลชนสายการเมืองต่างประเทศ แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองอาจรู้จักเขาเพียงแค่ผิวเผินหรือรู้เพียงแค่ว่าเขาเป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่หลังจากการปรากฏตัวในมาด “อาเบะ มาริโอ” ที่ริโอ เกมส์ ชื่อของ ชินโซ อาเบะ ก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกทันที แม้แต่คอเกม คอการ์ตูน ที่ไม่ได้ติดตามดูกีฬาหรือการเมือง พอเห็น อาเบะ คอสเพลย์เป็นมาริโอก็สร้างความประทับใจให้กับพวกเขาได้มาก

อาเบะ เล่าอีกว่า หลังจากคอสเพลย์เป็นมาริโอในพิธีปิดริโอ เกมส์ เขารู้สึกกังวลนิดหน่อยว่าฟีดแบ็กจะออกมาไม่ดี หรือไม่ก็โดนเอาไปล้อบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่พอรู้ความจริงว่าคนทั่วโลกประทับใจกับบทบาทของเขาที่มาราคาน่า สเตเดียม เป็นอย่างมาก เขาก็รู้สึกโล่งใจ

“ผมกังวลนะตอนที่แต่งตัวเป็นมาริโอ กลัวว่าจะโดนล้อโดนแซว แต่แผนการก็ไปได้สวยและมันก็ออกมาดี ตอนที่ผมปรากฏตัวบนสนามกีฬาคนปรบมือกันดังมาก และตอนที่ผมไปร่วมงานประชุมผู้นำระดับนานาชาติก็มีผู้นำจากประเทศต่างๆบอกผมว่า ผมเห็นคุณแต่งตัวเป็นมาริโอด้วยล่ะ” อาเบะ เล่าถึงความประทับใจ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเคยมอบลายเซ็นให้กับลูกสาวของหนึ่งในบอร์ดบริหารประจำธนาคารโลก เพราะเธอเห็นภาพ “อาเบะ มาริโอ” ที่บราซิลแล้วชื่นชอบมาก

ทั้งนี้ เป็นเรื่องน่าเสียดายว่า เมื่อถึงเวลาที่ โอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถูกจัดขึ้นในวันที่ 23 กรกฏาคม 2021 ที่ต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมมา 1 ปีเนื่องจากการระบาดของเชื้อ COVID-19 ชินโซ อาเบะ ไม่ได้มาร่วมงานพิธีเปิดที่โอลิมปิก สเตเดียม เนื่องจากญี่ปุ่นตอนนั้นเพิ่งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและกำหนดข้อจำกัดต่างๆในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในกรุงโตเกียว รวมถึงเจ้าตัวก็อายุมากและมีปัญหาด้านสุขภาพ จึงต้องเลือกไม่มาร่วมงานเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มเติมในการแพร่ระบาด จนทำให้พิธีเปิดมีเพียงแค่คณะนักกีฬา, ทีมงาน, สตาฟฟ์ และผู้นำแต่ละประเทศเข้าร่วมกันแค่ 1,000 คนเศษ โดยไม่มีประชาชนทั่วไปเข้ามาดูพิธีเปิดในสนามแม้แต่คนเดียว

การคอสเพลย์เป็น “อาเบะ มาริโอ” ของ ชินโซ อาเบะ จึงเกิดขึ้นเพียงแค่ที่พิธีปิดริโอ เกมส์ 2016 ครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนคนที่คาดหวังว่าจะได้เห็น ชินโซ อาเบะ คอสเพลย์เป็นตัวละครจากเกมหรือมังงะเรื่องอื่นบ้างก็ต้องพบกับความผิดหวัง

ชีวิตหลังโอลิมปิก 2020 ของ “ชินโซ อาเบะ”

ชินโซ อาเบะ ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2020 เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพ ถือเป็นการสิ้นสุดการนั่งเก้าอี้ตำแหน่งผู้นำของญี่ปุ่นอันยาวนานตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2012 ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ ด้วยเวลา 7 ปี 266 วัน นานที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 1945

ถึงจะลงจากตำแหน่งก่อนที่ โอลิมปิก 2020 ฉบับดีเลย์เป็น 2021 จะเริ่มขึ้น แต่ ชินโซ อาเบะ ก็ยังมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เขายังยืนยันว่าเขาและทีมงานพร้อมจะเดินหน้าจัดงานต่อไปท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้ยกเลิกการแข่งขันเพราะการระบาดของเชื้อ โควิด-19 ซึ่งสุดท้ายเจ้าตัวและทีมงานก็เลือกที่จะเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม 1 ปีเท่านั้น และออกมาปฏิเสธทุกครั้งเวลามีการเผยแพร่ข่าวลือว่า โตเกียวจะยกเลิกการจัดโอลิมปิก เนื่องจากถ้ายกเลิกไปเลยจะทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศเสียหายหนักเกินกว่าจะประเมินค่าได้

จนในที่สุด มหกรรมกีฬา “โตเกียว 2020” ฉบับดีเลย์ ก็เกิดขึ้นและจบลงด้วยดีท่ามกลางความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานทุกภาคส่วน แม้ว่าการจัดโอลิมปิกครั้งนี้จะไม่ช่วยให้ประเทศญี่ปุ่นได้รับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่โตขึ้นตามที่ ชินโซ อาเบะ ตั้งความหวังไว้เพราะ COVID-19 เข้ามาเล่นงานในช่วงท้ายวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ความมุ่งมั่นของ ชินโซ อาเบะ และทีมงานทุกคนก็ทำให้ โธมัส บาค ประธาน IOC ยอมรับในความตั้งใจถึงขั้นมอบรางวัลเกียรติยศ Olympic Order ให้แก่ ชินโซ อาเบะ เป็นการแสดงความนับถือ

“การอุทิศตนให้แก่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของคุณแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในพิธีปิดที่ ริโอ 2016 ผมจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่คุณปรากฏตัวกลางสนามกีฬาโอลิมปิก ที่แต่งตัวเป็นซูเปอร์มาริโอเลย เพราะคุณได้เขียนประวัติศาสตร์ลงในโอลิมปิก และส่งเสริมวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไปทั่วโลกด้วยวิธีที่ยากจะลืมเลือน” โธมัส บาค ระบุ

หลังจบการแข่งขัน โตเกียว 2020 และไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว ชินโซ อาเบะ ก็เข้ารับการรักษาตัวจากอาการป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เขาให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับเรื่องการทำงานสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีบ้างตามโอกาสต่างๆ จนกระทั่งอาการดีขึ้น และมีรายงานว่าเขาจะกลับสู่ถนนการเมืองอีกครั้งในปี 2022

แต่แล้วเวลา 11:30 น. ของวันที่ 8 กรกฏาคม 2022 ประเทศญี่ปุ่นได้สูญเสียอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังเจ้าตัวถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองบุกยิงขณะที่ อาเบะ กำลังปราศรัยต่อหน้าสาธารณชนเพื่อหาเสียงก่อนการเลือกตั้งสภาสูงที่เมืองนารา ซึ่งคนร้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวพร้อมอาวุธของกลางได้ ส่วน อาเบะ ถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อให้ทีมแพทย์ยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ

​​​​​​​อย่างไรก็ตาม ชินโซ อาเบะ ที่สูญเสียเลือดจากบาดแผลที่ถูกยิงจากด้านหลังบริเวณทรวงอก ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 67 ปี ท่ามกลางความอาลัยของชาวญี่ปุ่นและผู้นำจากนานาชาติที่ส่งข้อความร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่น

การจากไปของ ชินโซ อาเบะ ทำให้ประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกอยู่ในภาวะเศร้าโศกอาลัย กระนั้นทุกสิ่งที่ ชินโซ อาเบะ ได้อุทิศตนกระทำเพื่อประเทศชาติมาตลอด 2 วาระในเส้นทางการเมือง รวมถึงการคอสเพลย์เป็น “อาเบะ มาริโอ” ในตำนานที่พิธีปิด โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่บราซิล จะถูกบันทึกและอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลกไปตลอดกาล

UFABETWIN